โตชิบา คอร์ปอเรชั่น จับมือแอร์บัส โชว์พลังงานไฮโดรเจนด้วยมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด สู่การขับเคลื่อนอนาคตภาคอุตสาหกรรมการบินโลกที่ยั่งยืน

ภาพที่ 1 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด: นำพาความฝันของเครื่องบินพลังงานไฮโดรเจนสู่ความเป็นจริง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการบินเร่งรีบปรับตัว เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด” ของโตชิบานั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา มีผลลัพธ์ของการทำงานที่สูงสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดที่เล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป ซึ่งขนาดและน้ำหนักที่ลดลงอย่างมากนี้ ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งทุกกิโลกรัมมีความสำคัญและต้องใช้กำลังขับเคลื่อนที่สูง ภาพที่ 2 เครื่องบินที่ติดตั้งมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดจากโตชิบา ด้วยความตระหนักถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ของมอเตอร์ต้นแบบตั้งแต่การนำเสนอครั้งแรกในปี 2565 แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ร่วมมือกับโตชิบาในปี 2567 เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือกันที่งาน Japan International Aerospace Expo 2024 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านการบินและอวกาศ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ในด้านเทคโนโลยีตัวนำยิ่งยวด ความร่วมมือครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมทั้งของโตชิบาและแอร์บัส ในโครงการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนและการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องบิน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินที่ปล่อยก๊าซเป็นศูนย์ ภาพที่ 3 มอเตอร์ตัวนำยิ่งยวดมีน้ำหนักเบากว่าหนึ่งในสิบ และขนาดเล็กกว่ามอเตอร์ระดับ 2MW-class แบบทั่วไป แต่ให้กำลังขับเทียบเท่า เครื่องบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นตัวพลิกโฉมรูปแบบการเดินทาง โดยแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยโซลูชันพลังงานสะอาด ไฮโดรเจนสามารถให้พลังงานแก่เครื่องบินได้สองวิธี ซึ่งวิธีแรกได้พลังงานจากการเผาไหม้ไฮโดรเจนในกังหัน และวิธีที่สองแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าในเซลล์เชื้อเพลิง […]
Toshiba และ GE Vernova ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอนและยกระดับประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่ใช้กังหันก๊าซในญี่ปุ่นและภูมิภาคอื่น ๆ ของเอเชีย

บันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) โดยการผสานรวมระบบหมุนเวียนก๊าซไอเสีย หรือ Exhaust Gas Recirculation (EGR) ของ GE Vernova เข้ากับเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ของ Toshiba ในโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคอื่น ๆ ของเอเชีย บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีมายาวนานกว่า 40 ปีระหว่างทั้งสองบริษัท ความริเริ่มนี้เกี่ยวข้องกับคณะทำงานเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) ของญี่ปุ่น และ GE Vernova คาวาซากิ, ประเทศญี่ปุ่น — บริษัท Toshiba Energy Systems & Solutions Corporation (Toshiba) และ GE Vernova (NYSE: GEV) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชัน Gas Turbine Combined Cycle (GTCC) CCS หรือโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซแบบวงจรรวม ที่ติดตั้งระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอนแบบบูรณาการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้า โซลูชันดังกล่าวจะผสานรวมระบบ Exhaust Gas Recirculation (EGR) ของ GE Vernova เข้ากับโซลูชันการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ของ Toshiba ซึ่งใช้ตัวทำละลายที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของ Toshiba ความร่วมมือนี้เกี่ยวข้องกับ คณะทำงานเฉพาะกิจ ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นระหว่างกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) ของญี่ปุ่น และ GE […]
โตชิบา จับมือเนเจอร์นิกซ์ เร่งขยายธุรกิจ นำร่องทดลองสมัครสมาชิกแบตเตอรี่แบบชำระเงิน แก่ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ

— มุ่งส่งเสริมโมเดลธุรกิจการผลิตที่ยั่งยืน — คาวาซากิ และโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น — โตชิบา คอร์ปอเรชั่น และบริษัทเนเจอร์นิกซ์ สตาร์ตอัปเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เริ่มทำการทดสอบการสมัครสมาชิกแบตเตอรี่สำหรับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าใน กรุงเทพฯ ประเทศไทย เพื่อไปสู่อีกระดับ ด้วยการขยายขนาดและเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ เป็นการสมัครสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่าย โดยทั้ง 2 บริษัทได้ผนึกกำลังในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ซึ่งได้เริ่มมีการผลิตแบตเตอรี่แพ็คและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยจะเริ่มดำเนินการระยะถัดไป ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ถึงมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ทั้ง 2 บริษัทได้ดำเนินการทดสอบบริการในระยะแรกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วที่สถานีชาร์จและกลับไปรับผู้โดยสารได้ทันที*1 ในการทดลองนี้ โตชิบาได้จัดหาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน SCiB™ ในขณะที่ เนเจอร์นิกซ์ได้พัฒนาแบตเตอรี่แพ็ค และเครื่องชาร์จ พร้อมปรับแต่งรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยมีเซนเซอร์ที่ฝังอยู่ในรถมอเตอร์ไซค์เป็นตัวจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิรอบข้าง สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของผู้ขับขี่ พร้อมกับการสำรวจผู้ขับขี่ เพื่อเป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพที่ยาวนานและเชื่อถือได้ของแบตเตอรี่ SCiB™ แม้ใช้งานในอากาศที่ร้อนระอุของกรุงเทพฯ และยังเป็นการยืนยันถึงเทคโนโลยีหลักของเนเจอร์นิกซ์ อีกด้วย สำหรับการบริการแบบชำระเงินจะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถรองรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 100 คัน […]
โตชิบาขนทัพแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน SCiB™ พร้อมโชว์นวัตกรรมใหม่ ในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2025

ขับเคลื่อนภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตไร้คาร์บอน กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น ประกาศเข้าร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week 2025 (ASEW 2025) เป็นนิทรรศการและการประชุมชั้นนำที่เน้นด้านโซลูชันและเทคโนโลยีพลังงานที่ยั่งยืนของเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ภายในงาน โตชิบาพร้อมโชว์การใช้งานแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน SCiB™ ที่หลากหลาย ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ การเดินเรือ และภาคพลังงาน ไฮไลต์ของนิทรรศการ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน “SCiB™” ของโตชิบา แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน SCiB™ ของโตชิบาใช้เทคโนโลยีแอโนดลิเทียมไททาเนียมออกไซด์ (LTO) ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัย ด้วยการชาร์จที่รวดเร็ว สามารถชาร์จไฟจาก 0% เป็น 80% ได้ภายใน 6 นาที และรองรับการชาร์จและคายประจุได้มากกว่า 20,000 รอบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานด้านยานยนต์และภาคการขนส่งที่มีความต้องการแบตเตอรี่ในลักษณะดังกล่าวที่สูง […]
โตชิบารุกตลาดต่างประเทศ เปิดตัวธุรกิจ ifLink แพลตฟอร์ม IoT แบบเปิดเพื่อการเข้าถึงบริการ IoT ที่ง่ายดาย

– ประเดิมธุรกิจ ifLink ในประเทศไทย ตั้งเป้าขยายสู่ระดับโลก – วันนี้ บริษัท โตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ คอร์ปอเรชั่น (Toshiba Digital Solutions) และ บริษัท โตชิบา เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด (TATC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มโตชิบา ประกาศเปิดตัว ifLink ในตลาดประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่งหรือ IoT รูปแบบใหม่ที่คุ้มค่า ต่อยอดจากแพลตฟอร์ม ifLink ที่ให้บริการโดย โตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ ซึ่งนับเป็นการดำเนินธุรกิจ ifLink แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น โดย TATC จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการขายใบอนุญาตซอฟต์แวร์และการสนับสนุนลูกค้า ifLink เป็นบริการแพลตฟอร์ม IoT แบบเปิด ที่ทำให้ง่ายต่อการรวมอุปกรณ์ IoT และบริการเว็บต่างๆ เข้าไว้ในรูปแบบของโมดูล โดยเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันบนคลาวด์ และกำหนดการทำงานของอุปกรณ์ด้วย “กฎแบบเงื่อนไข – การกระทำ” (condition-action) หรือ “กฎถ้า – แล้ว” (if-then) ในประเทศญี่ปุ่น ifLink ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรธุรกิจและสถาบันการศึกษากว่า 100 แห่ง โดย โตชิบา ดิจิทัล โซลูชันส์ ได้มอบใบอนุญาต ifLink ให้บริษัทญี่ปุ่นในภาคธุรกิจต่างๆ นำไปใช้งาน ในประเทศไทย การนำ IoT มาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งยังเผชิญความท้าทายด้านการขาดองค์ความรู้และค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูง TATC จึงได้ร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) […]
แบตเตอรี่ SCiB™ ของโตชิบา: นวัตกรรมยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ชูจุดเด่นชาร์จซ้ำได้ ลดความเสี่ยงจากไฟไหม้

ผลักดันประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – โตชิบา คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบชาร์จซ้ำได้ “SCiB™” ในงานแถลงข่าว ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568 โดยเน้นจุดเด่นด้านอายุการใช้งานที่ยาวนานและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้า สำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร แบตเตอรี่ SCiB™ มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีศักยภาพช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งในเมืองที่ยั่งยืนในประเทศไทย ด้วยแบตเตอรี่ SCiB™ โตชิบามุ่งสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และส่งเสริมการใช้ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานขั้นสูงอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือในภาคอุตสาหกรรมขนส่ง (ที่ 2 จากขวา) นายโทรุ คาจิวาระ อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (กลาง) นายยาสึกิ คานาซาวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการ naturenix inc. (ที่ 2 จากซ้าย) นายฮารุจิกะ อิชิอิ เจ้าหน้าที่อาวุโสพัฒนาธุรกิจ กลุ่มกลยุทธ์ แผนกวางแผนธุรกิจ ฝ่ายแบตเตอรี่ บริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 […]
โตชิบาโชว์ล้ำ ด้วยนวัตกรรมความปลอดภัยขั้นสูงระดับควอนตัม (QKD) พร้อมยกระดับการปกป้องข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทั่วสิงคโปร์

โตชิบาพร้อมสร้างอนาคตความปลอดภัยระดับควอนตัมด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัลให้กับสิงคโปร์ สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางธุรกิจโลกที่มีการเชื่อมต่อดิจิทัลขั้นสูง และมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีปลอดภัยระดับควอนตัม แผนแม่บทการเชื่อมต่อดิจิทัลของสิงคโปร์ปี พ.ศ. 2566 ระบุว่าภาคสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศเติบโตถึงร้อยละ 8.6 ในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของความแข็งแรงยืดหยุ่นและความมั่นคงปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัล เนื่องจากการคำนวณเชิงควอนตัมก้าวหน้าขึ้นมากจนเริ่มเป็นภัยคุกคามต่อวิธีการเข้ารหัสแบบเดิม สิงคโปร์จึงมีแผนนำเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับควอนตัมมาใช้ เช่น ระบบรหัสลับสำหรับยุคควอนตัม(Post-Quantum Cryptography: PQC) และการกระจายกุญแจเข้ารหัสเชิงควอนตัม (Quantum Key Distribution: QKD) ผ่านเครือข่ายความปลอดภัยระดับควอนตัมแห่งชาติพลัส (National Quantum-Safe Network Plus: NQSN+) ภาพที่ 1 สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยระดับควอนตัม โตชิบาเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยระดับควอนตัมให้แก่สิงคโปร์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี QKD หลังจากการวิจัยเทคโนโลยีควอนตัมมากว่าสามทศวรรษ โตชิบาได้หันจากงานวิชาการไปสู่การนำเสนอระบบ QKD ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนั้น โตชิบายังเปิดศูนย์เทคโนโลยีควอนตัมมูลค่า 20 ล้านปอนด์ในเมืองเคมบริดจ์ ณ สหราชอาณาจักรเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโตชิบาในการพัฒนาโซลูชันด้านเครือข่ายความปลอดภัยระดับควอนตัม การเปิดศูนย์แห่งนี้จะช่วยแก้ไขช่องโหว่ของวิธีการเข้ารหัสแบบเดิมและเสริมความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี QKD ซึ่งใช้หลักฟิสิกส์ควอนตัมสร้างวิธีการเข้ารหัสที่พร้อมรับมือกับการจู่โจมเพื่อพยายามถอดรหัสที่อาจเกิดขึ้น ในปีพ.ศ. 2564 โตชิบาได้จับมือกับ SpeQtral ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาโซลูชันความมั่นคงปลอดภัยระดับควอนตัมล้ำสมัย โดยผสานความเชี่ยวชาญระบบ QKD ผ่านใยแก้วของโตชิบาเข้ากับนวัตกรรม QKD ผ่านดาวเทียมของ SpeQtral ความร่วมมือในครั้งนี้ได้นำไปสู่ความสำเร็จสำคัญหลายประการ เช่น การเปิดศูนย์ Quantum Networks EXperience Centre […]
โตชิบาจับมือเนเจอร์นิกซ์ โชว์โครงการทดลองปล่อยเช่าแบตเตอรี่ระบบสมาชิก แก่ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ

พร้อมพัฒนาตลาดในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ด้วยการใช้แบตเตอรี่ SCiB™*1 ที่มีอายุการใช้งานยาวนานแม้อยูในสภาพแวดล้อมที่ร้อน โตชิบา คอร์ปอเรชั่น และ บริษัทเนเจอร์นิกซ์ สตาร์ตอัปเทคโนโลยีแบตเตอรี่จากมหาวิทยาลัยชิมาเนะ ได้เริ่มโครงการทดสอบให้บริการปล่อยเช่าแบตเตอรี่ด้วยระบบสมาชิกสำหรับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ภาพที่ 1 ชุดแบตเตอรี่ที่ใช้เซลล์ SCiB™ และตู้ล็อกเกอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ที่ใช้ในการทดสอบพร้อมด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ในกรุงเทพมหานคร รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าช่วยให้ผู้คนหลีกเลี่ยงปัญหารถติดได้ แต่มักต้องเผชิญกับปัญหาอุณหภูมิสูง ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลง โครงการทดสอบนี้จะใช้แบตเตอรี่ SCiB™ ของโตชิบา ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบชาร์จซ้ำได้ และขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานแม้ในอุณหภูมิสูง เพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไฟฟ้าวิ่งได้เสถียรเป็นระยะนาน อีกทั้งยังไม่ต้องลงทุนซื้อแบตเตอรี่ราคาสูงในครั้งแรก และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน นอกจากนี้ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นยังช่วยลดการใช้วัสดุและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูง ปัญหานี้พบมากในรถสองล้อและรถสามล้อ เนื่องจากติดตั้งระบบระบายความร้อนได้ยาก โดยเฉพาะในประเทศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนมีราคาสูงและมักต้องเปลี่ยนใหม่หลังใช้งานได้เพียง 1-2 ปี จึงไม่คุ้มค่าและมีข้อจำกัดในการใช้งาน อีกทั้งยังเคยเกิดเหตุแบตเตอรี่ไฟไหม้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่แบตเตอรี่ที่ใช้ต้องมีระบบความปลอดภัยระดับสูง แม้คาดการณ์กันว่าความต้องการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีปริมาณเกิน 600 กิกะวัตต์ชั่วโมง ภายในปี พ.ศ. 2578 แต่จากตัวเลขดังกล่าว คาดว่าความต้องการแบตเตอรี่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์และรถสามล้อ ซึ่งเป็นยานพาหนะที่นิยมใช้กันในชีวิตประจำวัน จะคิดเป็นเพียงแค่ 2.8% เท่านั้น ทั้งนี้ […]
โตชิบาผนึกกำลัง ริงโกะ บัส และไดรฟ์ อิเล็กโทร ผลักดันโครงการสาธิตรถบัสไฟฟ้าชนิดชาร์จเร็วพิเศษภายใน 10 นาที หวังพลิกโฉมนวัตกรรมการชาร์จรถอีวีความเร็วสูงในอนาคต

การดำเนินงานรถบัสไฟฟ้าชนิดชาร์จด้วยระบบแหนบรับไฟบนท้องถนนสาธารณะครั้งแรกของญี่ปุ่น มอบโซลูชันทรงพลังที่นำไปปรับใช้กับเมืองต่างๆ ในเอเชียได้ บริษัท โตชิบา คอร์ปอเรชั่น ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับบริษัท คาวาซากิ สึรุมิ ริงโกะ บัส จำกัด (หรือ ริงโกะ บัส) และบริษัท ไดรฟ์ อิเล็กโทร เทคโนโลยี จำกัด (หรือ ไดรฟ์ อิเล็กโทร เทคโนโลยี) เพื่อทำการศึกษาโครงการสาธิตนำร่อง*1 เพื่อยืนยันประสิทธิภาพแบตเตอรี่ชนิดชาร์จเร็วพิเศษด้วยแหนบรับไฟหรือแพนโทกราฟ คาดว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ภายหลังปรับปรุงรถบัสและติดตั้งระบบชาร์จด้วยแหนบรับไฟในอู่จอดรถเสร็จสิ้น ทั้งนี้ รถบัสรุ่นดังกล่าวจะให้บริการวิ่งตามเส้นทางปกติบนถนนสาธารณะในเมืองคาวาซากิ ซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงโตเกียว โครงการนี้นับเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น*2 ที่มีการนำรถออกทดลองบนท้องถนนสาธารณะ โดยโครงการนี้จะช่วยสาธิตว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเดินรถบัสไฟฟ้าที่ชาร์จด้วยระบบแหนบรับไฟในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ บริษัทริงโกะ บัส จะเป็นผู้ให้บริการเดินรถ ส่วนบริษัทไดรฟ์ อิเล็กโทร เทคโนโลยีจะเป็นผู้ผลิตระบบชาร์จด้วยแหนบรับไฟและดัดแปลงรถบัสดีเซลให้เป็นรถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ SCiB™ ชนิดชาร์จเร็วพิเศษของโตชิบา นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมุ่งทดสอบด้วยว่าแบตเตอรี่ SCiB™ ที่ใช้แล้วสามารถนำมาใช้ซ้ำได้หรือไม่ โดยจะนำแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้วมาติดตั้งในระบบชาร์จด้วยแหนบรับไฟและชาร์จไฟเพื่อลดการใช้พลังงานในช่วงที่มีความต้องการสูงสุด แล้วนำมาใช้จ่ายไฟให้กับแบตเตอรี่บนรถผ่านระบบแหนบรับไฟ แม้ว่ารัฐบาลจีนและยุโรปจะสนับสนุนรถบัสไฟฟ้าเพราะถือเป็นการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ยอดขายทั่วโลกในปีพ.ศ. 2566 กลับขายได้เพียง 50,000 คัน ซึ่งคิดเป็นแค่ร้อยละ […]
โตชิบาผู้ปฏิวัติวงการเซมิคอนดักเตอร์อย่างแท้จริง พร้อมชูอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก

อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลัง (power semiconductor) เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นสวิตช์และตัวเรียงกระแสที่มีประสิทธิภาพในวงจรไฟฟ้าต่างๆ ช่วยให้เราสามารถควบคุมและแปลงกำลังไฟได้โดยสูญเสียกำลังไฟน้อยที่สุด อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญขึ้นอย่างมาก เนื่องจากทั่วโลกต่างมุ่งขับเคลื่อนสู่การประหยัดพลังงานและความเป็นกลางทางคาร์บอน โตชิบาเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังของโตชิบา นับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการกระแสไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้า (xEVs) ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้า และสลับกระแสไฟฟ้า ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลัง โตชิบามุ่งพัฒนามอสเฟตที่ทำจากซิลิคอน (Si)-MOSFETs เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะในแวดวงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังที่ล้ำสมัยเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานยานยนต์สุดหิน ทนต่อสภาพการใช้งานที่รุนแรง และลดอัตราการเกิดจุดบกพร่องในสินค้าให้ได้จนเกือบเป็นศูนย์ https://youtu.be/hk0XBM1YKj8 โตชิบาเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังของโตชิบา นับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการกระแสไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้า (xEVs) ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้า และสลับกระแสไฟฟ้า ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลัง โตชิบามุ่งพัฒนามอสเฟตที่ทำจากซิลิคอน (Si)-MOSFETs เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะในแวดวงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังที่ล้ำสมัยเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานยานยนต์สุดหิน ทนต่อสภาพการใช้งานที่รุนแรง และลดอัตราการเกิดจุดบกพร่องในสินค้าให้ได้จนเกือบเป็นศูนย์ ภาพที่ 1 การนำอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังมาใช้ในยานยนต์กำลังเพิ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น โตชิบายังกำลังพัฒนาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังรุ่นใหม่ที่ใช้ซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) และแกลเลียมไนไตรด์ (GaN) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะ วัสดุทั้งสองช่วยให้สามารถจัดการแรงดันไฟฟ้าได้สูงขึ้นโดยมีความต้านทานต่ำลง ส่งผลให้ได้เอาต์พุตที่สูงขึ้นและอุปกรณ์มีขนาดเล็กลง นอกจากนั้น อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำซิลิคอนคาร์ไบด์ยังช่วยลดการใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และขนาดอุปกรณ์ในยานพาหนะไฟฟ้า ทำให้สามารถใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้ ทั้งนี้ งานวิจัยของโตชิบามุ่งเน้นการเพิ่มสมรรถนะของอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกำลังสำหรับการใช้งานต่าง ๆ รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า ระบบราง และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยเน้นถึงคุณภาพและประสิทธิภาพ […]